​5 จุดเปลี่ยน ที่ MAXBET มองว่า ทำให้ หงส์ มีโอกาส ได้ลุ้น แชมป์ลีก

หงส์ มีโอกาส

ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ลีก

เมื่อฤดูกาล 1989-1990 “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จครั้งสุดท้าย ซึ่งในตอนนั้น เคนนี่ ดัลกลิช เป็นผู้จัดการทีม และเมื่อเปลี่ยนยุคมาเป็นพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ก็ทำดีที่สุดคือแค่ได้รองแชมป์ 3 สมัยเท่านั้น และหาก ลิเวอร์พูล ต้องการอยากคว้า แชมป์ พรีเมียร์ลีก ให้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้แล้วล่ะก็ พวกเขาจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง โดยทาง MAXBET ได้มีการวิเคราะห์ออกมาแล้ว 5 จุด ซึ่งจะมีอะไรกันบ้าง ตามเราไปดูกันเลย

5 สิ่ง ที่ทำให้ หงส์ มีโอกาส ลุ้น แชมป์ลีก ฤดูกาลนี้

1.ทำการเซ็นสัญญากับนักเตะหมายเลข 10 คนใหม่

ทำการเซ็นสัญญากับนักเตะหมายเลข 10

ในเวลานี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังคงอยู่กับ ลิเวอร์พูล แต่ถ้า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา มาตามตื้ออีกในปีหน้า ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะรั้งตัวนักเตะเอาไว้ได้ จึงทำให้ ลิเวอร์พูล จำเป็นที่จะต้องมองหานักเตะเบอร์ 10 คนใหม่เพื่อเข้ามาแทน คูตินโญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ โตมาส์ เลอมาร์ จอมทัพของ โมนาโก เป็นนักเตะที่ ลิเวอร์พูล เคยให้ความสนใจตอนเกือบเสีย คูตินโญ่ และพวกเขาอาจจะกลับไปยื่นข้อเสนอใหม่อีกครั้ง แต่คงต้องแข่งกับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แล้วเพราะทีมนั้นเขาก็สนใจในตัวนักเตะอยู่ ในขณะที่ เลออน โกเร็ตซ์ก้า มิดฟิลด์ตัวเก่งของ ชาลเก้ 04 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเพิ่งมีอายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น

2. หากองหน้าประเภทโป้งเดียวจอด

หากองหน้าประเภทโป้งเดียวจอด

หงส์แดง มีกองหน้าที่ไว้ใจได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่นักเตะก็มักมีปัญหาบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ และ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักชอบใช้ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เป็น 3 ประสานในแนวรุก แต่มาเน่กับซาลาห์ นั้นเป็นปีกธรรมชาติ ส่วนฟีร์มีโน่ เป็นฟอลส์ไนน์ ซึ่งเขาไม่ใช่กองหน้าแบบแท้ๆ และดั้งเดิม ดังนั้นแล้ว ลิเวอร์พูล ควรที่จะมีกองหน้าที่สามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับกองหลังของคู่แข่งได้อย่าง โรเมลู ลูกากู หรืออัลบาโร่ โมราต้า เป็นต้น

3. ต้องมีกองกลางที่คุมเกมได้อย่างดีเยี่ยม

ต้องมีกองกลางที่คุมเกมได้อย่างดีเยี่ยม

แทบจะทุกสโมสรชั้นนำในยุโรปที่มีกองกลางตัวคุมเกมที่ยอดเยี่ยม และเอ็นเร่ ชาน ก็น่าจะพัฒนาตัวเองให้ไปได้ถึงจุดนั้นเช่นกัน แต่ติดปัญหาตรงที่เขานั้นดูเหมือนจะไม่ยอมต่อสัญญาค้าแข้งกับสโมสรนั่นเอง และหลังจบฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะได้ นาบี เกอิต้า มาร่วมทีม และน่าสนใจว่า เขาจะเข้ามารับตำแหน่งไหนในทีม และหาก คล็อปป์ ไม่ได้ให้เขาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแล้วล่ะก็ สโมสรก็จะต้องไปซื้อกองกลางตัวใหม่เข้ามาเสริมทีมอีก

4. ซื้อนายทวารตัวใหม่

ซื้อนายทวารตัวใหม่

ตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นปัญหาที่ หงส์แดง มีมานานแล้ว และนานกว่าเรื่องตำแหน่งกองหลังเสียอีก ซึ่ง ซิมง มิโญเล่ต์ มีส่วนผิดพลาดกับประตูที่เสียไปในเกมแพ้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยสกอร์ 1-4 และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนวิจารณ์ หลังเขากลายเป็นนายทวารที่ทำผิดพลาดมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกถึง 13 ครั้ง นับตั้งแต่ลงเฝ้าเสานัดแรก ในขณะที่ ลอริส คาริอุส ก็ยังไม่ได้แสดให้เห็นถึงความไว้ใจได้ ทำให้ถ้าอยากลุ้นแชมป์แล้วล่ะก็ พวกเขาก็ต้องไปคว้าผู้รักษาประตูชั้นยอดมาเฝ้าเสาให้ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องดีกว่านายทวารเดิมด้วย

5. ทำการเซ็นสัญญากับเซ็นเตอร์แบ็คระดับโลก

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค - ลิเวอร์พูล

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ลิเวอร์พูล นั้นมีปัญหาในแนวรับ แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เสียที ซึ่งคล็อปป์ นั้นอยากที่จะได้ตัว เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังของเซาธ์แฮมป์ตัน ร่วมทีมมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์แล้ว แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง และพวกเขาอาจจะต้องเดิหน้าอีกรอบในเดือนมกราคมนี้ เพื่อคว้าตัว ฟานไดจ์ค มาร่วมทีมให้จงได้ ซึ่งในทีมตอนนี้มีทั้ง โจแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน และ รักนาร์ คลาวาน อาจมีดีกรีเป็นผู้เล่นทีมชาติ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้แน่ เพราะถ้าจะทำให้ได้เช่นนั้นต้องมีกองหลังระดับเวิลด์คลาสเท่านั้น

ซึ่งหลังจากผ่านไปแล้ว 12 นัดในลีก ลิเวอร์พูลเสียไปแล้วถึง 17 ประตู และในอันดับท็อป 10 มีแค่วัตฟอร์ดทีมเดียวเท่านั้นที่เสียประตูมากกว่าที่ 21 ประตู


อ่าน ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก ลาลีกา บุนเดสลีกา เซเรียอา ลีกเอิง เพิ่มเติม ได้ที่นี่

สมัคร MAXBET วันนี้ รับทันที เครดิตฟรี 50% ไม่ต้องทำเทิร์น

ติดต่อที่ Line : @IBCTH ตลอด 24 ชั่วโมง